วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ขายกระเทียมดำ Black Garlic

ขายกระเทียมดำ
ราคา 200กรัม

โดยกระเทียมดำเกิดจากการผ่านกระบวนการอบบ่ม (Fermentation)
ที่อุณหภูมิสูงในสภาวะที่มีความชื้น เป็นเวลา 50-60 วัน
จนกระเทียมขาวที่มีสีปกติ กลายเป็นสีดำ และพบว่ากระเทียมดำ
มีกรดอะมิโน 18 ชนิด โปรตีน เอนไซม์ SOD และโพลีฟีนอล
ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย
และมีสารที่เป็นประโยชน์มากกว่ากระเทียมขาวปกติ หลายเท่าตัว


วิธีทำกระเทียมดำ

1. หากระเทียมโทนเบื้องต้นก่อน เพราะมีขนาดเล็ก
จะมีจำนวนมากและจุในพื่นที่หม้อหุงข้าวได้มากที่สุด
มากกว่ากระเทียมจีนลูกใหญ่ ซึ่งก็ทำได้เหมือนกัน
แต่จะมีจำนวนน้อยกว่าและมีช่องว่างภายในหม้อมาก

2. หากระเทียมที่ค้างเก่า/ค้างเก็บหลายเดือนสักหน่อย
เพราะถ้าสด ๆ มักจะมีน้ำภายในกระเทียมมาก
เวลาผลิตออกมามักจะมีผิวเปลือกสีดำ 
เพราะมีน้ำภายในกระเทียมออกมามากกว่าของค้างเก็บ
ถ้าจำเป็นต้องใช้  ต้องหาวิธีการให้ลมโชยกระเทียมมาก ๆ
เพื่อขับไล่ความชื้นภายในกระเทียมออกให้มากที่สุด
ไม่แนะนำให้ไปวางตากกลางแจ้งเพราะจะทำให้กระเทียมเหี่ยว



 หาหม้อหุงข้าวแบบอุ่นทิพย์แบบธรรมดา
ไม่แนะนำแบบดิจิตอลเพราะมีปัญหาหยุมหยิมมาก  
เพราะต้องอุ่นตลอดเวลา 20 วัน 
ให้กดปุ่มแบบอุ่น/warm เท่านั้น 
ขนาด 1.8 ลิตร จะใส่กระเทียมสดได้ประมาณ 2 กิโลกรัมเศษ
ขนาด 3.6 ลิตร จะใส่กระเทียมสดได้ประมาณ 5 กิโลกรัมเศษ


เอาเสื้อกล้ามด้านคอเสื้อกับแขนเสื้อ
ใส่ลงในหม้อหุงข้าวแล้วคลี่ออก
ตรงกลางจะเป็นหลุมพอดี 


เทกระเทียมลงไปให้มีขนาดพอปิดฝาหม้อได้ และพับเสื้อกล้ามอีกตัวใส่ไว้ด้านบน หรือ topping
จะช่วยซับไอน้ำ/หยดน้ำจากฝาไว้ก่อนลงไปถูกผิวกระเทียม
แล้วเอาด้านเอวเสื้อปิดทับเสื้อกล้ามที่วางด้านบนกระเทียม

 ปิดฝาหม้อและกดปุ่มอุ่นอย่างเดียวเท่านั้น
ห้ามกดปุ่มหุงต้มโดยเด็ดขาด 
เพราะจะทำให้กระเทียมแฉะ/เสียหายเกินเยียวยาได้
ในวันที่ 2 เอามือจับดู  ถ้าเริ่มอุ่น ๆ 
ให้หาผ้าขนหนูขนาดพอสมควร 1 ผืน
ปิดทับด้านบนเพื่อรักษาความร้อน
กับกันไม่ให้ไอน้ำไหลออกมามาก

วันที่ 3 หรือครบระยะเวลา 72 ชั่วโมงแล้ว จับฝาหม้อจะอุ่น ๆ 

9. รีบเปิดฝาหม้อดู จะเห็นหยดน้ำเกาะตรงฝาหม้อสแตนเลสด้านใน
รีบหยิบเสื้อกล้ามคอกลมที่วางข้างบน/topping ออกมาสะบัด ๆ 3-4 ที
แล้ววางกลับเข้าที่เดิมแล้วรีบปิดฝาหม้อทันที

(ส่วนใครจะถนัดท่อง พุธโธ ธัมโม สังโฆ
เพื่อนับในใจ/เพื่อบูชาพุทธคุณ
แล้วแต่เป็นความเชื่อส่วนบุคคล
คัดลอกจากคำบรรยายผู้ทำ)

10. นำเอาผ้าขนหนูปิดไว้ด้านบนฝาหม้อ 
เพื่อรักษาอุณหภมิ/ความชื้นไม่ให้แกว่งมากกว่าปกติ

11. วันที่ 4,5,6,7  หรือทุก 24 ชั่วโมง 
เช่น เริ่มลงมือทำตอน 9 โมงเช้าวันที่ 1
ก็เปิดฝาหม้อดูตอน 9 โมงเช้าวันที่ 3
หลังจากครบรอบระยะเวลา 72 ชั่วโมงแล้ว
จะเห็นมีหยดน้ำที่ฝาหม้อสแตนเลสด้านใน
นำเสื้อกล้ามตัวบน/topping ออกมาแล้วสะบัด ๆ 3-4 ที
รีบปิดฝาหม้อทันที พร้อมกับวางผ้าขนหนูไว้แบบเดิม 
ไฟยังต้องอุ่นที่ตัวอุ่นเหมือนเดิมตลอดเวลา

12. วันที่ 7 จะมีหยดน้ำเกาะที่ฝาหม้อด้านใน
น้อยมากกว่าวันที่  3,4,5,6  
และจะไม่หยดตอนที่เปิดออกมาดู
ตั้งแต่วันที่ 8-20 ไม่ต้องไปทำอะไร
อย่าไปเปิดฝาหม้อดูภายในแต่อย่างใด
เพราะต้องการความร้อนกับความชื้นสัมพัทธ์
ในการทำกระเทียมดำ
รอจนครบกำหนด 480 ชั่วโมง
บางรุ่นวันที่ 18 ก็กินได้แล้ว
(กำลังจะไปถ่ายเพิ่มชุดที่ทำที่บ้านท่านที่ ห.ใ 
ในวันที่ครบกำหนด 20 วัน)

13. เตรียมลังกระดาษขนาดใหญ่ หรือโต๊ะกว้าง ๆ

14. พัดลมสัก 1- 2 ตัว

15. เอาผ้าแห้งจับหม้อด้านใน
ยกออกมาเทกระเทียมลงบนลังกระดาษหรือโต๊ะ 
แล้วเกลี่ยให้กระจายออกมากที่สุด อย่าทับซ้อนกัน

16. เอาพัดลมเป่ากระเทียมราว ๆ 10-15 นาที 
หรือจนกว่าจะจับกระเทียมได้ 
นำมาใส่กล่องหรือขวดแก้ว 
ไม่ควรนำเข้าตู้เย็นเพราะจะแฉะหรือเปียก

.................
สรุปวิธีทำ

1. กระเทียมที่ผลิตออกมาจะมี 2 แบบ 
เปลือกน้ำตาล แกะเปลือกออกมาข้างในสีดำ
จะเห็นเยื่อขาว ๆ บาง ๆ จับไม่ติดมือ
จัดว่าสวยงามตลาดผู้ขาย/ผู้ซื้อนิยมกันมากที่สุด

เปลือกสีดำและแกะข้างในออกมาก็สีดำ 
เพราะถูกน้ำหยดใส่ แต่กินได้เหมือนกัน 
เพียงแต่ว่าจะนิ่มกว่า/น้ำฉ่ำแบบเปลือกสีน้ำตาล

บางเม็ดที่ผลิตออกมาจะแข็งกว่าปกติ
กินได้เหมือนกันแต่ต้องเคี้ยวมากสักหน่อย

2. รอบการผลิตแบบอุณหภูมิ 60 องศาใช้เวลา 3 เดือน 
แบบอุณหภูมิ 70 องศาใช้เวลา 2 เดือน 
แบบอุณหภูมิ 80 องศาใช้เวลา 20 วัน
วัสดุกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกระเทียมดำ
ผลผลิตที่ออกมาค่อนข้างนิ่งแล้ว/ไม่แกว่งตัวมาก

3. ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำส้มสายชู น้ำผึ้ง เบียร์
มาแช่หรือร่วมในกระบวนการทำกระเทียมดำ 
ใช้แต่เพียงกระเทียมสดค้างเก่า/ค้างเก็บเท่านั้น

ขอให้โชคดีมีความสุขกับการทำกระเทียมดำ

หมายเหตุ

พืชผลทางการเกษตรจะควบคุมคุณภาพค่อนข้างยาก
เพราะปัจจัยหลักคือ พันธุ์พืช ดิน น้ำ ลม ไฟ 
คุณภาพของดิน  น้ำฝน/น้ำรดพืชผล/คุณภาพน้ำที่ใช้
ลมเบา/ลมแรง/อากาศชื้น/หนาว/ร้อน  ไฟ/แสงแดด
ปัจจัยอื่น ๆ มีบ้าง เช่น ระยะเวลาจัดเก็บ การขนส่ง คนงาน ฯลฯ
มีผลต่อเนื่องถึงกระบวนการผลิต
ทำให้ผลลัพธ์ออกมา บางครั้งเหนือความคาดหมาย 
ได้ตามมาตรฐาน หรือตำ่กว่ามาตรฐาน
ภาษาโรงงานมักเรียกกันว่า  มีการแกว่ง
ถ้าได้ตามมาตรฐานก็ ค่อนข้างนิ่ง

ตัวอย่าง  พืชผลทางการเกษตร
พริกขี้หนู กระทบแล้ง 7 วันจะเผ็ดมากที่สุด
แต่จะสูญเสียน้ำหนักมากในตอนเก็บ/ขาย
องุ่น ต้องแดดจัด ๆ หลายวันก่อนเก็บ
เวลานำไปทำไวน์จะมีรสชาติดีมาก
แต่ถ้าฝนตกลงมาในช่วงรอแดดจัด ๆ 
องุ่นชุดนั้นจะเสื่อมรสชาติลงไปมากเลย
ลองกองหลังออกลูกแล้วจะเป็นสีเขียวก่อนแล้วเป็นสีเหลือง
สลับสีไปมาในช่อลูกลองกองจนครบ 3 ครั้ง
จะมีคุณภาพหวานมากที่สุด/รสเปรี้ยวแทบไม่มีเลย
แต่ระยะเวลาเก็บรักษาจะน้อยวันลง/เสี่ยงต่อศัตรูพืช
เหมือนกับแหล่งที่มาของผลไม้ในเมืองไทย
แต่ละแห่งจะมีรสชาติ/คุณภาพแตกต่างกัน

ดังนั้น กระเทียมโทนในแต่ละรุ่นที่นำมาผลิต
อาจจะมีการแกว่ง (มาก/น้อย สูง/ต่ำ)
ขึ้นกับปัจจัยดังกล่าวด้วย
เมื่อผลลัพธ์ออกมาเป็นกระเทียมดำ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น