วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561

ใบชาจิงจูฉ่าย

ใบชาจิงจูฉ่าย
ราคา...(ของหมดครับ เพราะน้ำท่วมไปเยอะ)
..
ปลูกเองแบบธรรมชาติ ไม่มีเคมีไดๆ ใช้ใบไผ่ หญ้าสด มาทำปุ๋ย ไม่เร่งโตเพื่อให้เขาได้ค่อยๆดูดซับและสร้างคุณภาพทางยาอย่างค่อยเป็นค่อยไป
.
กำลังการผลิตไม่เยอะ บางครั้งของขาด เพราะไม่กล้ารับที่อื่นมาทำ เพราะตวามตั้งมั่นในการปลอดสารพิษ ปลอดเคมี ที่ไม่เหมือนกัน จิตใจคนก็ไม่เหมือนกัน ในเรื่องความซื่อตรง..ของพวกนี้ต้องใจรักจริงๆ
.









ชาใบยอ

ชาใบยอ

สรรพคุณใบยอ
รักษาโรคเบาหวานได้ โดยช่วยลดน้ำตาลในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน
..........................
สำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทานผลยอ เพราะจะมีผลโดยตรงต่อระบบการหมุนเวียนของเลือดในครรภ์ และอาจทำให้แท้งบุตรได้ 
...................
.

วิธีการนำใบยอ ไปบริโภคเพื่อรักษาโรคเบาหวาน
 นำใบยอมาประกอบอาหาร ใส่ในข้าวยำ แกงเผ็ด ยำ ลวกกินกับน้ำพริก
 นำใบยอสด   3 ใบ ฉีกหรือหั่น  ใส่ในน้ำร้อน ดื่มเป็นน้ำชา วันละ3 เวลา ก่อนอาหาร 5 นาที
 นำใบยอไปตากแห้ง นำมาป่น ผสมกับน้ำผึ้งรวง ทำเป็นลูกกลอน รับประทาน วันละ 2 เวลา เช้า –เย็น ก่อนอาหาร 5 นาที ( ลูกกลอนครั้งละ 1 ลูก )
.........................
ลูกยอ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลากชนิด โดยลูกยอบดจะประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุเหล็ก ธาตุโพแทสเซียม ธาตุโซเดียม เป็นต้น แต่ถ้าคั้นเอาแต่น้ำลูกยอจะเหลือแต่วิตามินซี นอกจากนี้ลูกยอยังมีสารอื่น ๆ อีกด้วย เช่น กรดไขมัน ลิกนิน พอลิแซ็กคาไรด์ ฟลาโอนอยด์ อีริดอยด์ สโครโปเลติน แอลคาลอยด์ (แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายจริง ๆ
...................

สรรพคุณของลูกยอ


  1. ลูกยอเป็นแหล่งของแคลเซียมและยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง
  2. ช่วยในการชะลอวัยและความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย
  3. ช่วยบำรุงผิวพรรณ หนังศีรษะและผม
  4. ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ (น้ําลูกยอ)
  5. สารสโคโปเลติน (Scopoletin) ในน้ำลูกยอมีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดที่หดตัว ทำให้ความดันโลหิตลดลงจนเป็นปกติ (ลูกยอ, น้ําลูกยอ)
  6. มีส่วนช่วยรักษาโรคเบาหวาน (น้ำสกัดจากใบยอ)
  7. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง (น้ำสกัดจากลำต้นยอ, น้ำสกัดจากใบยอ)
  8. ช่วยรักษาโรคกรดไหลย้อน ด้วยการทำเป็นเครื่องดื่ม ใช้คู่กับหัวหญ้าแห้วหมู อย่างแรกให้เลือกลูกยอห่าม นำมาหั่นเป็นแว่น ๆ ไม่บางหรือหนาจนเกินไป แล้วนำไปย่างไฟอ่อน ๆ (ปกติลูกยอจะมีกลิ่นเหม็น) โดยย่างให้เหลืองกรอบและย่างจนหมดกลิ่นเหม็นจริง ๆ จึงจะได้ตัวยาที่หอมน่ารับประทาน (การย่างจะนอกจากจะช่วยดับกลิ่นแล้วยังช่วยเพิ่มความเป็นด่างให้กับตัวยาด้วย จึงช่วยซับกรดและลดกรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ) สำหรับหญ้าแห้วหมูให้เอาส่วนหัวใต้ดินที่เราเรียกว่าหัวแห้วหมู นำไปคั่วให้เหลืองและมีกลิ่นหอม เมื่อเสร็จแล้วให้ตั้งไฟต้มน้ำจนเดือดแล้วเอาตัวยาทั้งสองชนิดลงไปต้มพร้อมกัน ใส่น้ำตาลกรวดพอหวาน ทิ้งไว้สักพักแล้วยกลงจากเตา ตัวยาที่ได้นี้จะมีกลิ่นหอม รอจนอุ่นแล้วนำมารับประทาน ส่วนที่เหลือให้กรองเอาแต่น้ำแช่ไว้ในตู้เย็นแล้วค่อยอุ่นรับประทาน ให้ดื่มติดต่อกัน 1 สัปดาห์แล้วสังเกตอาการ
  9. ช่วยแก้วัณโรค ด้วยการใช้ผลหรือใบทำเป็นยาพอก (ลูกยอ, ใบยอ)
  10. ลูกยอมีสารโปรซีโรนีน (Proxeronine) เมื่อรวมตัวกับเอนไซม์โปรซีโรเนส (Proxeronase) จะได้สารซีโรนีน (Xeronine) ที่ลำไส้ใหญ่ เมื่อดูดซึมกลับสู่เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย จะช่วยปรับสภาพเซลล์ให้มีความสมดุลและแข็งแรง และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานได้เป็นอย่างดี

  1. ใช้บำบัดและรักษาโรคมะเร็ง (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  2. ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับสมอง (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  3. ใช้รักษาโรคติดสุราหรือยาเสพติด (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  4. ใช้ลดอาการแพ้ (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  5. ใช้รักษาโรคหอบหืด (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  6. ใช้รักษาโรคเบาหวาน (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  7. ใช้รักษาโรคเส้นเลือดหล่อเลี้ยงหัวใจ (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  8. ใช้รักษาโรคอ่อนเพลียเรื้อรัง (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  9. ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารต่าง ๆ (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  10. ใช้รักษาโรคเซลล์เจริญเติบโตนอกมดลูก (Endometriosis) (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  11. ใช้รักษาโรคภูมิคุ้มกันต่ำ (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  12. ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  13. ใช้รักษาโรคเส้นโลหิตตีบ (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  14. ใช้รักษาโรคโปลิโอ (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  15. ใช้รักษาไซนัส (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  16. ช่วยลดปริมาณสารพิษในร่างกาย ทำให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ เซลล์ในร่างกายอ่อนเยาว์ลง
  17. ช่วยซ่อมแซมและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ
  18. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งและเนื้องอก
  19. ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ใหม่ในร่างกายเจริญเติบโตและทำหน้าที่ได้อย่างเป็นปกติ
  20. ช่วยแก้กระษัย (ใบยอ, รากยอ)
  21. ลูกยอมีฤทธิ์เป็นยากล่อมประสาทแบบอ่อน ๆ ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้
  22. ช่วยบำรุงธาตุไฟ (ลูกยอสด)
  23. ช่วยให้เจริญอาหาร (ลูกยอ)
  24. ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร (น้ำสกัดจากใบยอ)
  25. ช่วยทำให้ระบบโลหิตหมุนเวียนดีขึ้น (ลูกยอสด)
  26. ช่วยบำรุงสมอง ช่วยเสริมสร้างความจำ ทำให้มีสมาธิดีขึ้น
  27. มีฤทธิ์กล่อมประสาท มีส่วนช่วยทำให้นอนหลับง่ายขึ้น
  28. ผลยอใช้ทำเป็นยาพอกแก้หัวสิว
  29. ใบยอมีวิตามินเอสูงจึงช่วยบำรุงและรักษาสายตา แก้อาการตาบอดตอนกลางคืนได้ (ใบยอ)
  30. ใช้รักษากุ้งยิง (ไอระเหยจากลูกยอ, ดอกยอ)
  31. ช่วยรักษาโรคมาลาเรีย (ใบยอ)
  32. ช่วยแก้ไข้ (ลูกยอสุก)
  33. ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ (ใบสด)
  34. ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ (ลูกยอสด)
  35. ช่วยแก้เหงือกเปื่อยเป็นขุยบวม (ลูกยอโตเต็มที่แต่ไม่สุก)
  36. ใช้รักษาอาการเจ็บหรือแผลตกสะเก็ดรอบปาก หรือในปาก (ลูกยอดิบ)
  37. ช่วยรักษาอาการปากและเหงือกอักเสบ (ลูกยอสุก)
  38. ช่วยแก้อาการปวดฟัน (ลูกยอสุก)
  39. ลูกยอสุกมีสารแอสเพอรูโลไซด์ (Asperuloside) ช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน (ลูกยอสุก)
  40. ช่วยแก้อาการเจ็บคอ ด้วยการใช้ลูกยอดิบนำไปเผาไฟให้สุกและแช่ในน้ำต้มสุก แล้วรินเอาแต่น้ำดื่มเพื่อบรรเทาอาการ หรือจะใช้ลูกยอสุกบดละเอียดใช้กลั้วคอแก้อาการ (ลูกยอดิบ, สด)

  1. ช่วยแก้เสมหะ ด้วยการใช้ลูกยอดิบนำไปเผาไฟให้สุกและแช่ในน้ำต้มสุก แล้วรินเอาแต่น้ำดื่ม
  2. สารเซโรโทนิน (Serotonin) ในผลยอช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ลำไส้ดูดซึมได้ง่าย
  3. ช่วยขับลมในลำไส้ (ลูกยอสด, ลูกยอสุก)
  4. ช่วยในการย่อยอาหาร แก้อาการอาหารไม่ย่อย (ลูกยอสด, ลูกยอสุก)
  5. ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง (ลูกยอ)
  6. ช่วยระบายท้อง ทำให้ขับถ่ายได้สะดวก (ทุกส่วน)
  7. ช่วยแก้อาการปวดท้อง (น้ำสกัดจากใบยอ)
  8. ใบยอใช้ปรุงเป็นอาหารแก้อาการท้องร่วง (ใบยอ)
  9. ช่วยแก้อาการปวดกระเพาะ (น้ำมันสกัดจากลูกยอ)
  10. ช่วยลดอาการท้องผูกได้
  11. สารแอนทราควิโนน (Anthraquinone) ในลูกยอช่วยกระตุ้นทำให้ลำไส้ใหญ่มีการบีบตัวเพิ่มขึ้น จึงช่วยขับของเสียออกจากร่างกายได้มากขึ้น
  12. ช่วยรักษาอาการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร
  13. ช่วยรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
  14. ช่วยรักษาโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ (น้ำสกัดจากใบยอ)
  15. ใช้รักษาอาการอักเสบ ปวดบวม ปวดในข้อ ปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อต่าง ๆ (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
  16. ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับตับ
  17. ช่วยรักษาโรคดีซ่าน (เปลือกต้น)
  18. แก้อาการไส้เลื่อน (น้ำสกัดจากใบยอ)
  19. ในลูกยอมีสารแอนทราควิโนน (Anthraquinone) ช่วยขับพยาธิ (ลูกยอแก่)
  20. ช่วยขับประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ (ลูกยอสด)
  21. ชาวพื้นเมืองแถบโพลีนีเซีย (Polynesia) ใช้ผลอ่อน ใบ และราก เพื่อรักษาอาการผิดปกติของประจำเดือน
  22. น้ำคั้นจากรากยอใช้แก้แผลที่มีอาการอักเสบรุนแรง (รากยอ)
  23. ลูกยอสุกนำมาบดใช้ทาผิวเพื่อฆ่าเชื้อโรค
  24. ใช้รักษาบาดแผลและอาการบวม (ลูกยอสุก)
  25. มีการนำไปทำเป็นน้ำมันสกัดจากเมล็ดยอ ใช้ทาเพื่อลดอาการอักเสบ (น้ำมันสกัดจากเมล็ดยอ)
  26. น้ำมันสกัดจากเมล็ดยอช่วยป้องกันแมลง (น้ำมันสกัดจากเมล็ดยอ)
  27. น้ำมันสกัดจากเมล็ดยอใช้ทาช่วยลดการเกิดสิว (น้ำมันสกัดจากเมล็ดยอ)
  28. ผลยอใช้ทำเป็นยาพอกรักษาแผลถลอก (ลูกยอ, ใบยอ)
  29. ผลยอใช้ทำเป็นยาพอกแก้ตุ่ม ฝีฝักบัว
  30. ช่วยรักษาแผลพุพอง (ใบยอสด)
  31. ใบใช้ทำเป็นยาพอกใช้แก้พิษจากการถูกปลาหินต่อย
  32. ใบใช้ทำเป็นยาพอกใช้แก้กระดูกแตก กล้ามเนื้อแพลง (ใบยอ)
  33. ลูกยอบนใช้ทาแก้ส้นเท้าแตก
  34. ผลยอใช้ทำเป็นยาพอกแก้อาการเคล็ดขัดยอก หรือจะใช้ใบยอทำเป็นยาพอกก็ได้ (ลูกยอ, ใบยอ)
  35. น้ำคั้นจากใบยอใช้ทาแก้อาการปวดตามข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า (ใบยอ)
  36. น้ำคั้นจากใบยอใช้ทาเมื่อมีอาการปวดเนื่องจากโรคเกาต์ (ใบยอ)
  37. ใบสดมีการนำมาใช้สระผมและกำจัดเหา หรือจะใช้น้ำมันสกัดจากเมล็ดยอก็ได้ (ใบสด, น้ำมันสกัดจากเมล็ดยอ)

ประโยชน์ของลูกยอ

  1. ลูกยอสุก นำมาจิ้มกินกับเกลือหรือกะปิ
  2. ลูกห่ามใช้ทำส้มตำ
  3. ใบอ่อน นำมาลวกกินกับน้ำพริก ใช้ทำแกงจืด แกงอ่อม ผัดไฟแดง หรือนำมาใช้รองกระทงห่อหมก (เวลากินห่อหมกควรกินใบยอด้วย เพราะมีวิตามินสูง)
  4. นำมาใช้ทำสีย้อมผ้า รากนำมาใช้ย้อมสีให้สีแดงและสีน้ำตาลอ่อน ส่วนเปลือกจะให้สีแดง เนื้อเปลือกจะให้สีเหลืองใช้ย้อมผ้าบาติก
  5. ปัจจุบันมีการนำลูกไปแปรรูปโดยคั้นเป็น น้ําลูกยอ Noni หรือ น้ําลูกยาโนนิ
  6. รากยอมีการนำมาใช้แกะสลัก ทำรงควัตถุสีเหลือง
  7. ใบสดมีการนำมาใช้ทำเป็นอาหารสัตว์ หรือนำมาเลี้ยงตัวหนอนไหม
  8. ลูกยอสุกมีการนำมาใช้ทำเป็นอาหารหมู
  9. มีการนำมาใช้ทำเป็นยารักษาสัตว์ (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
หมายเหตุ : ประโยชน์ของลูกยอบางประการข้างต้นยังอยู่ในระดับการศึกษาเริ่มต้นเท่านั้น และยังเร็วเกินไปที่จะสรุปได้ว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์ยังคงต้องรอการพิสูจน์ต่อไป ดังนั้นโปรดใช้วิจารณญาณให้มาก

ชาใบช้าพลู (Wild Pepper)

ชาใบช้าพลู

ชาใบเตยหอม

ชาใบเตยหอม

หญ้าปักกิ่ง รักษาโรคมะเร็ง

หญ้าปักกิ่ง รักษาโรคมะเร็ง


สั่งซื้อ 0809898770
200กรัม  160บาท รวมค่าจัดส่งแล้ว แบบโอนเงิน



การนำหญ้าปักกิ่งมาให้ประโยชน์ทางยา ควรมีข้อควรพึงระวัง คือ

เราต้องรู้จักต้นของหญ้าปักกิ่งจริง ๆ เพราะหญ้าปักกิ่งเป็นพืชล้มลุก อาจเกิดร่วมกับหญ้าชนิดอื่น ๆ ที่มีความคล้ายคลึงกันได้ เช่น หญ้ามาเลเซีย ลักษณะทั่วไปที่สามารถสังเกตได้ คือ ใบจะอวบน้ำกว่า ใบนุ่ม หลังใบมีขนอ่อน ๆ โคนต้นทรงกระบอก สีออกขาว ดอกออกเป็นช่อที่ยอด รวมกันเป็นกระจุกแน่น กลีบดอกสีฟ้า หรือสีม่วงอ่อน ส่วนที่เก็บมาปรุงเป็นยา คือ ทั้งต้น หรือส่วนเหนือดิน (ลำต้นและใบ)




ระยะเวลาในการเก็บที่เหมาะสม เพื่อที่จะได้ให้หญ้าปักกิ่งมีการสร้างสารจี1บีครบ คือ ถ้าปลูกด้วยการชำกิ่งต้องเก็บเมื่อหญ้าปักกิ่งมีอายุ 3 เดือนขึ้นไป และถ้าปลูกด้วยเมล็ดต้องมีอายุ 5 เดือนขึ้นไป
ก่อนนำมาคั้นเอาน้ำ ควรมีการล้างให้สะอาดปราศจากการเจือปนของดินและสารอื่น นอกจากนั้น การปลูกหญ้าปักกิ่งที่ถูกหลักจึงไม่ควรใช้สารเคมีอื่น ๆ เช่น การใช้ยาฆ่าแมลง หรือสารกำจัดวัชพืช



ปริมาณในการดื่ม คือ ดื่มครั้งละ 30 มิลลิลิตร วันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็นก่อนอาหาร ซึ่งขนาดที่แนะนำเหมาะสำหรับผู้ใหญ่น้ำหนักเฉลี่ย 60 กิโลกรัม แต่ถ้าเป็นเด็กก็ควรลดขนาดลงครึ่งหนึ่ง

ระยะเวลาของการรับประทาน ควรรับประทานเป็นรอบ โดยรับประทาน 7 วันแล้วหยุด 4 วัน สลับกันไปแล้วจึงรับประทานรอบใหม่ ระยะเวลาก็ขึ้นกับวัตถุประสงค์ของการใช้ยา คือ

กรณีเสริมภูมิต้านทานในผู้ป่วยร่างกายปกติไม่ได้เป็นมะเร็ง ไม่ควรเกิน 6 – 8 สัปดาห์

กรณีลดผลข้างเคียงจากรังสีบำบัด หรือเคมีบำบัดผู้ป่วยมะเร็ง การรับประทานยาควรหยุดเป็นช่วง ๆ เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน

กรณีป้องกันการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง และการกลับเป็นซ้ำ ควรทานติดต่อกันประมาณ 1 ปี พร้อมทั้งตรวจมะเร็งปีละ 2 ครั้ง

ข้อควรระวัง อย่าใช้เกินขนาดและติดต่อกันนานหลายปี เพราะจะส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายได้





ชิงฮาวตากแผ้ง ฆ่าเซลล์มะเร็งได้

ชาชิงเฮาและชิงฮาวตากแห้งฆ่ามะเร็งใน72ชั่วโมง
โทร ไลน 0809898770  ขีดละ 500 บาท กิโลละ 3500 บาท

จุรีย์ เจริญธีรบูรณ์

Abstract

ยาอาร์ทีมิซินินหรือชิงเฮาซูเป็นสารที่สกัดได้จากพืชในประเทศจีน Artemisia annua ยานี้สามารถฆ่าเชื้อมาลาเรียทุกชนิดรวมทั้งชนิดดื้อต่อยาชนิดอื่น ภายหลังพบว่าอาร์ทีมิซินินและอนุพันธ์สามารถยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งลำ ไส้ใหญ่ มะเร็งผิวหนัง และมะเร็งในช่องปาก เป็นต้น โดยการให้เหล็กหรือ transferrin ก่อนการให้ยาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยากลุ่มอาร์ทีมิซินินมากขึ้น การใช้ยาอาร์ทีมิซินินร่วมกับยาต้านมะเร็งมาตรฐานช่วยเพิ่มการตอบสนองต่อยาและยืดอายุผู้ป่วยได้นานขึ้นในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังระยะสุดท้ายสองรายที่ไม่ตอบสนองต่อยามาตรฐานเพียงอย่างเดียว เนื่องจากเป็นยาที่มีการใช้มานานในผู้ป่วยมาลาเรียจำนวนมากพบว่ามีความปลอดภัยสูงและไม่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียง เมื่อสามารถออกฤทธิ์ได้ดีกับเซลล์มะเร็งที่ดื้อต่อยาต้านมะเร็งชนิดอื่น รวมทั้งมีกลไกในการออกฤทธิ์ที่แตกต่างจากยาต้านมะแร็งชนิดอื่น ทำ ให้ยาในกลุ่มอาร์ทีมิซินินเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งในการใช้ร่วมกับยาต้านมะเร็งมาตรฐานในการบำบัดมะเร็งในอนาคต
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/TBPS/article/view/33108



ฆ่าเซลล์มะเร็ง ยับยั้ง มะเร็ง
เนื่องจากเป็นสมุนไพรที่ตากแล้วมีน้ำหนักเบามาก
ขีดละ 500  บาทรวมส่งโอนเงินก่อน

โทร+ไลน์ 0809898770 แอดไลน์ 0918712395 เฟส แจ่ม อารมณ์ดี







ปลูกเอง กินเอง มีไม่มาก พอแบ่งขายได้บ้าง
แนะนำ วันละซองก็พอ เดือนนึง ก็ 20 วัน กินๆหยุดๆ
ไม่จำเป็นต้องกินทุกวัน ในเรื่องสมุนไพร
ต้องค่อยเป็นค่อยไป
เราเสียเงินกับสิ่งที่มาทำร้ายร่างกายเราเดือนละเท่าไร
บางครั้ง เรากับเสียดาย กับเงินที่จะมารักษาร่างกายเรา มาฟื้นฟู ร่างการเรา
.
อะไรที่พอเป็นประโยชน์ เรากับคิดมาก
แค่เดือนละ150กว่าบาท เพื่อตัวเรา กับเสียดายแทบตาย
............
ผมกินเองทุกวัน ถ้าว่างๆ ตอนไหนก็ได้
.
จุดประสงค์ ที่ทำเพื่อใช้ชงดื่มเอง เท่านั้น
จึงไม่มีโลโก้ ไม่มีแพ็คเกจ สวยๆ
ทำสดๆ ไม่เกินเดือนจึงไม่มีกลิ่นสาบ เหมือนในรระบบการค้า
ปลูกแบบปลอดสารพิษ ทั้งหมด
ผมเป็นเกษตรกรที่กินมาตลอด 10ปี ไม่ต้องไปหาหมอ
กิน ชานี่ละ สับกันไป ทั้งชิงเฮา หนานเฉาเหว่ย ใบยอ หญ้าปักกิ่ง หญ้าหวาน มะตูม กระเจี๊ยบแดง
ผักเสี้ยนผี ใบเตย ใบชะพลู เรียกว่า กินสลับกันไปเรื่อยๆ แค่นี่ก็ปลอดจากโรคร้ายแล้วครับ ลองดูเป็นแนวคิด
................................













(ที่สวนจะปลูก แทรกไว้กับกล้วยปลอดสารพิษ)
  • พืชชนิดนี้ช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งได้ในเวลาเพียง 16 ชั่วโมง
  • ชาวจีนได้ค้นพบว่า ต้นชิงเฮา ( Artemisinin หรือ qinghao su ) มีสารอาร์เทมิซินิน (Artemisinin) สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งเต้านมได้ถึง 98 % และยังสามารถต่อสู้กับมะเร็งชนิดอื่นๆ ได้อีกเช่นกัน
  • "วิทยาศาสตร์ชีวภาพ" ได้บอกรายละเอียดเพิ่มเติมว่า พืชชนิดนี้มีสารอาร์เทมิซินินถึง 28% ซึ่งมันสามารถจัดการกับเซลล์มะเร็งเต้านมและยังช่วยยับยั่งการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างดีเยี่ยม และสิ่งที่สำคัญมากคือสารในต้นชิงเฮาไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ กับเซลล์อื่นๆ ในร่างกายของเรา
  • การแพทย์แผนจีนนิยมใช้ต้นชิงเฮามานานนับพันๆ ปี เนื่องจากมันอุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่ใช้รักษาโรคมาลาเรียและฆ่าปรสิตได้เป็นอย่างดี
  • ต้นชิงเฮา (Artemisinin) ช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างโมเลกุล E2F1 ซึ่งช่วยหยุดเซลล์มะเร็งเต้านมและยังช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวโดย นักวิจัยโรคมะเร็งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย
  • ธาตุเหล็กที่เข้าไปสะสมในเซลล์มะเร็งจะช่วยรักษาเสถียรภาพของเซลล์ ทำให้เซลล์กลับมาอยู่ในสภาพปกติ นอกจากนี้การรวมตัวของเหล็กและสารอาร์เทมิซินินเป็นสิ่งที่ดีมากในการยับยั่งเซลล์มะเร็ง
  • จวบจนทุกวันนี้ยังยากที่จะประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของสารสกัดชนิดนี้ได้ นอกเสียจากจะเพิ่มปริมาณการเพาะปลูกพืชชนิดนี้ให้มากขึ้นเพื่อให้มีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น 



 ข้อมมูลจาก : healthyandnatural.life , rak-sukapap.com



..................................
ต้นชิงเฮา ที่เอามาทำชานี้
ที่สวนปลูกเองทั้งหมด โดยพื้นที่ๆปลูก ไม่ได้สารเคมีใดๆมายาวนานมากกว่า 6-7 ปี
เพราะทำเกษตร โดยอิงกับธรรมชาติมาตลอด ทุกอย่างเกิดการเกลื้อกลูซึ่งกันและกันของพืช
.
ต้นชิงเฮาก็อาสัยปลูกตามที่ว่างระหว่างกล้วยมั่ง ในวงบ่อ ที่ปลูกกล้วยปลูกผัก น้ำก็ไม่มีคลอลีน เพราะใช้น้ำฝนจากสระ ที่กักเก็บได้ครบปี ก็ถึงหน้าฝนใหม่พอดี
.
แหล่งน้ำจากที่อื่น ที่มีสารเคมี ก็เข้ามายาก เพราะรอบๆ สวน ไม่มีใครทำเกษตร เช่นนา ข้าวโพด หรือ อ้อย หรือปลูกผัก ก็ไม่มี เรียกว่า สภาพแวดล้อม เอื้ออำนวย
.
ปุ๋ยก็ได้จากเศษหญ้า นำมากองๆทับกันไว้เพราะรอบๆ เป็นที่รกร้างว่างเปล่า จึงไปตัดหญ้ามาทำปุ๋ยได้ไม่จำกัดรวมกับใบใผ่ หมักกองๆ เอาไว้ ใช้ร่วมกับน้ำหมัก เพียงเท่านั้น จึงมั่นใจได้ว่า ปลอดสารพิษ อย่างแท้จริง
.
หรืออยากมาเที่ยวชน สวนเล็กๆ พื้นที่ 1 ไร่ 2 ไร่ ก็มาได้
...
  ใช้แก้ไข้ที่มีผื่น   หัด สุกใส แก้ไอ

สรรพคุณ  

 ใบ 
1.ใช้เป็นยาภายใน   ระงับอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ทำให้ประจำเดือนมาปกติ บำรุงมดลูก ถ่ายน้ำเหลืองเสีย  ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ แก้ท้องร่วง ถ่ายพยาธิ ขับลมในลำไส้ แก้ไขข้ออักเสบ  ระงับอาการปวดท้อง  อาการเจ็บท้องคลอดลูก โดยใช้ใบต้มเอาน้ำดื่ม

 2. ใช้ภายนอก โดยนำใบสดมาตำให้ละเอียดแล้วนำมาพอก แก้โรคปวดศีรษะ รักษาบาดแผลเรื้อรัง แก้อาการเคล็ดบวม ใช้สูบควันแก้โรคหืด -

ช่อดอก ใช้ต้มเอาน้ำดื่ม เป็นยาแก้ขับเสมหะ แก้หืด อาหารไม่ย่อย -

 ถอนทั้งต้นทั้งรากล้างน้ำให้สะอาด นำไปต้มกับน้ำให้เดือดยกลงวางทิ้งไว้ให้อุ่น ผสมน้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลกรวดเล็กน้อยก็ได้ ดื่มตอนอุ่นๆ ทั้งต้น รสสุขุมหอมร้อน แก้ไข้เจรียง แก้ไข้เพื่อเสมหะ แก้หืด แก้ไอ แก้ไข้จับ เป็นยาเร่งประสาทส่วนกลางเหมือนการบูร ขับลม -

 ยอดเด็ดเอาและใบที่ไม่แก่นักล้างน้ำให้สะอาดหั่นเหมือนหั่นต้นหอมแล้วนำไปตีผสม กับไข่ทำไข่เจียว.ถ้าเติมน้ำซุปลงไปทำไข่น้ำทานกับข้าวเป็นยาได้ หรือจะปรุงเป็นอาหารอย่างอื่นๆเช่น ทำเป็นสลัด หรือนำมาทานสดๆ หรือทานผักพร้อมน้ำพริก ก็ได้ หรือนำมาทำเป็นชา ดื่มเป็นน้ำชา จะมีกลิ่นหอมดีกว่าชาเขียว ช่วยบำรุงเลือด หรือใครจะคนหาวิธีปรุงอาหารสูตรใหม่ๆๆ ได้ด้วยตัวเองก็ไม่แลวเลยละค่ะทั้งอร่อยและสุขภาพดี


ชาหนานเฉาเหว่ย

ชาหนานเฉาเหว่ย
บรรจุ 30 ซอง  ราคา 250 บาทรวทส่ง  0809898770
รักษาอาการ เบาหวาน ความดันต่ำ โรคเก๊าส์ และอื่นๆอ่านทางด้านล่าง
...........
รับประทาน โดยการชงกับน้ำร้อน วันละ 1-2 ซอง เป็นประจำ
มีรสขม..อาจผสมน้ำผึ้งแท้ ลงไปนิดหน่อย
..........
เป็นสินค้าที่ผลิตโดยตรงจากเกษตรกร ที่ปลูกแบบปลอดสารพิษ
ไม่ได้รับซื้อใครมาทำ เพราะไม่มั่นใจ ว่าปลอดสารพิษเหมือนเราหรือไม่
ผ่านการทำด้วยแบบดั้งเดิม สมัยโบราณ นวดด้วยมือ

























































ลดเบาหวาน ลดความดัน สร้างภูมิคุ้มกันต่างๆ ได้ดี บำรุงหัวใจ บำรุงสายตา
ไม้ต้นนี้ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในประเทศไทยนานหลายปีแล้ว นิยมปลูกเฉพาะตามสวนสมุนไพรจีนและสวนสมุนไพรไทยเพื่อใช้ประโยชน์เป็นยา โดยใบสดของ “หนานเฉาเหว่ย” มีรสขมจัด เมื่อเคี้ยวกินสดตอนแรกจะขมในปากมาก แต่พอกินไปได้สักพักจะรู้สึกว่ามีรสหวานในปากและลำคอ ซึ่งใบสดดังกล่าวตำรายาจีนระบุว่า สามารถช่วยลดเบาหวาน แก้อาการของโรคเกาต์และลดความดันโลหิตสูงได้



 1 ต่อต้านโรคเก๊าต์
2 ต่อต้านโรคเบาหวาน
3 รักษาโรคความดันต่ำ "ไม่เหมาะสำหรับความดันสูง"
4 เพิ่มสมรรถนะทางเพศ
5 รักษาหูด กินใบแล้วประมาณ1เดือน หูดจะเป็นสะเก็ดร่อน และเกิดอาการคัน
บริเวณที่เป็นหูด เมื่อเกาหูดก็จะหลุดออกมา และอาจขึ้นซ้ำที่เดิมอีก
แต่ขนาดจะเล็กลงเรื่อยๆ
และก็จะเกิดอาการคันและเกาหลุดออกมาอีก
จนในที่สุดหูดก็จะหายไปจนหมดนั่นเอง
6 ป้องกันมะเร็ง ถ้าเป็นมะเร็งก็จะยุบและฝ่อ หายได้ในที่สุด
7 แก้โรคไขมันสูง
8 ลดความอ้วน น้ำหนักลด กล้ามเนื้อกระชับ
9 แก้อาการปวดข้อ และ ปวดเมื่อยตามร่างกาย
10 รักษาริดสีดวง กินใบไม่กี่วันริดสีดวงจะยุบและหายไปในที่สุด
11 รักษาโรคไทรอยด์ต่ำ ไม่เหมาะกับโรคไทรอยด์สูง
12 รักษาโรคใจสั่น เหมาะกับคนหัวใจเต้นช้า ไม่เหมาะกับคนที่หัวใจเต้นเร็ว
เพราะใบหนานเฉาเหว่ยทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น
13 ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย
14 รักษาเนื้องอก ถ้ากินใบเป็นประจำจะทำให้เนื้องอกยุบและหายไปในที่สุด





  • ลดน้ำตาลในเลือด 
  • ป้องกันและฟื้นฟูไตเสื่อม บำรุงตับ 
  • ลดไขมันในเลือด 
  • ลดความดันโลหิตสูง 
  • แก้ตาพร่ามัว ลดไข้ แก้ปวดหัว 
  • โรคมาลาเรีย 
  • โรคระบบทางเดินอาหาร 
  • โรคกระเพราะ 
  • ลดอาการปวดเมื่อย ปวดตามข้อ 
  • ปวดตึงกล้ามเนื้อ เก๊าท์ รูมาตอยด์ 
  • เพิ่มภูมิคุ้มกันชะลอการเสื่อมของเซลล์ยับยั่งเซลล์มะเร็ง 
  • ป้องกันผลข้างเคียงของเคมีบำบัด
  • ทานร่วมกับยาหมอได้ 
  • ทานร่วมกับการฉีดซูลินได้ 
  • เบาหวานขึ้นตาทานได้ช่วยแก้ตาพร่ามัา
ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร
ระวังการใช้ร่วมกับยา Digitoxin และ Chloroquine 





ชาเจียวกู่หลาน

ชาเจียวกู่หลาน